ประเทศลาว

โฆษณา

เรียนรู้กันสักนิด ก่อนคิดซื้อ iPhone 5

ลักษณะเด่นประจำรุ่นโทรศัพท์มือถือ

– จอแสดงผลแบบ IPS TFT (LED-Backlit) Retina Display Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1136×640 Pixels (QVGA : กว้าง 4.0 นิ้ว : 326 ppi) พร้อมเทคโนโลยีการเคลือบกระจกหน้าจอแบบ Oleophobic Coating

– ประมวลผลการทำงานด้วย Apple A6 Quad-Core Processor พร้อมระบบปฏิบัติการ Apple iOS 6

ระบบ Wi-Fi Plus Cellular ช่วยในการสลับจากการใช้งาน WiFi ไปใช้ระบบเครือข่าย เมื่อความแรงสัญญาณ WiFi มีระดับที่ต่ำ พร้อมระบบ Ultrafast Wireless

– กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่องแบบ iSight Camera ความละเอียดระดับ 8 ล้าน Pixels, เซ็นเซอร์รับภาพแบบ BSI, ชิ้นเลนส์ 5 ชิ้น, หน้าเลนส์แบบ Sapphire Crystal, ค่ารูรับแสง F/2.4

– กล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 1.2 ล้าน Pixels, รองรับการใช้งาน FaceTime ด้วยภาพวิดีโอความละเอียดระดับ HD 720p (1280×720 Pixels) (FaceTime HD Camera)

รายละเอียดตัวเครื่อง

ข้อมูลเปรียบเทียบในหน้าคุณสมบัติของ Apple iPhone 5 จะอ้างอิงกับรุ่นก่อนหน้าคือ Apple iPhone 4S
 ระบบสัญญาณ (สำหรับเครื่องโมเดล GSM A1428) Tri Mode (LTE/WCDMA/GSM)
– LTE (Bands 4, 17)
– WCDMA/HSDPA Quad Band (850/900/1900/2100 MHz)
– GSM Quad Band (850/900/1800/1900 MHz)
• ระบบสัญญาณ (สำหรับเครื่องโมเดล CDMA A1429) Quad Mode (LTE/WCDMA/CDMA/GSM)
– LTE (Bands 1, 3, 5, 13, 25)
– WCDMA/HSDPA Quad Band (850/900/1900/2100 MHz)
– CDMA EV-DO Rev. A and Rev. B Tri Band (800/1900/2100 MHz)
– GSM Quad Band (850/900/1800/1900 MHz)
• ระบบสัญญาณ (สำหรับเครื่องโมเดล GSM 1429) Tri Mode (LTE/WCDMA/GSM)
– LTE (Bands 1, 3, 5)
– WCDMA/HSDPA Quad Band (850/900/1900/2100 MHz)
– GSM Quad Band (850/900/1800/1900 MHz)
• รองรับการใช้งานกับซิมการ์ดแบบ nanoSIM เท่านั้น
• ขนาด 123.8×58.6×7.6 มิลลิเมตร
– มีความบางมากกว่าเดิมประมาณ 18%
• น้ำหนัก 112 กรัม
– มีน้ำหนักเบากว่าเดิมประมาณ 20%
• ชนิดจอแสดงผลแบบ IPS TFT (LED-Backlit) Retina Display Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1136×640 Pixels (QVGA : กว้าง 4.0 นิ้ว : 326 ppi)
– หน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) พร้อมความเร็วในการประมวลผลมากขึ้น 2 เท่า
– กระจกหน้าจอแบบ Corning Gorilla Glass Display ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันแรงกระแทก หรือรอยขีดข่วน
– เทคโนโลยีการเคลือบกระจกหน้าจอแบบ Oleophobic Coating ช่วยป้องกันรอยนิ้วมือ
– มีสีสันที่สดใสมากขึ้นประมาณ 44%
– ค่า Contrast Radio 800:1
– ค่าความสว่างสูงสุด 500 cd/m2
– รองรับการทวีตข้อความได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการลากแถบ Notification Center ที่ด้านบนของหน้าจอลงมา
– ระบบสัมผัสแบบหลายจุด (Multi-Touch)
– ระบบ Accelerometer Sensor ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้
– ระบบ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน
– ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบ 3-Axis Gyro Sensor
– ฟังก์ชัน Ambient Light Sensor สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอและแผงปุ่มกดให้เหมาะสม
• ชนิดแบตเตอรี่ Li-Ion Polymer
• ระยะเวลารอรับสายสูงสุด ประมาณ 225 ชั่วโมง
• ระยะเวลาสนทนาสูงสุด ประมาณ 8 ชั่วโมง
• ระยะเวลาการฟังเพลงต่อเนื่องสูงสุด ประมาณ 40 ชั่วโมง
• ระยะเวลาการเปิดดูวิดีโอต่อเนื่องสูงสุด ประมาณ 10 ชั่วโมง
• ระยะเวลาการเล่นอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ LTE ต่อเนื่องสูงสุด ประมาณ 8 ชั่วโมง
• ระยะเวลาการเล่นอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 3G ต่อเนื่องสูงสุด ประมาณ 8 ชั่วโมง
• ระยะเวลาการเล่นอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ WiFi ต่อเนื่องสูงสุด ประมาณ 10 ชั่วโมง
• ประมวลผลการทำงานด้วย Apple A6 Quad-Core Processor
– มีความเร็วในการประมวลผลมากขึ้น 2 เท่า (เมื่อเทียบกับ Apple A5 Processor)
– เปิดหน้าแอพพลิเคชั่นได้เร็วขึ้น 2.1 เท่า
– บันทึกจากแอพพลิเคชั่น iPhoto ได้เร็วขึ้น 1.7 เท่า
– เปิดแอพพลิเคชั่นเครื่องเล่นเพลงพร้อมเปิดเพลงได้เร็วขึ้น 1.9 เท่า
– เปิดไฟล์แนบของ Keynote ได้เร็วขึ้น 1.7 เท่า
• ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Apple iOS 6
– ผู้ใช้ iPhone 4S, iPhone 4, iPhone 3GS, The new iPad, iPad 2, iPod Touch (4th Gen) สามารถอัพเดทเป็นระบบปฏิบัติการ Apple iOS 6 ได้ในวันที่ 19 กันยายน 2555
• หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 64 GB, 32 GB หรือ 16 GB
– รองรับการเก็บบันทึกข้อมูลแบบ Cloud Storage ด้วยบริการ iCloud
• หน่วยความจำ RAM ขนาด 1 GB
• หน่วยความจำสมุดโทรศัพท์
• บันทึกข้อมูลการโทร (โทรออก, รับสาย, ไม่รับสาย)

บทสรุป iPhone 5

  • ถ้าใช้ iPhone 4/4S อยู่แล้ว เครื่องยังไม่พังก็ไม่ต้องซื้อใหม่ ความสามารถโดยรวมแทบไม่ต่าง
  • ถ้าคิดจะซื้อ iPhone ใหม่พอดี การซื้อ iPhone 5 ถือเป็นตัวเลือกเดียว ไม่ต่างอะไรจากการซื้อ iPhone 4S ในรอบปีที่ผ่านมา (ในความหมายเดียวกับการซื้อ The new iPad ที่เลขรุ่นไม่ค่อยสำคัญอีกต่อไป)
  • ถ้าคิดจะซื้อมือถือใหม่ และไม่จำกัดว่าเป็น iPhone
  • Android หรือ Windows Phone เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ตัวเลือกหลากหลาย มีรุ่นที่ราคาถูกกว่ากันเป็นหมื่นแต่ความสามารถคุ้มค่า

iPhone 4/4S รุ่นลดราคาเรียบร้อยแล้ว เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากในตอนนี้ ของคุณภาพดี ราคาถูกลง แลกกับความเท่ที่ลดลงเล็กน้อย

แนวข้อสอบการงานอาชีพ ม.4

1. สถานที่เหมาะสมแก่การปลูกพืช ได้แก่ข้อใด

ก. เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่สามารถใช้เครื่องทุ่นแรงได้

สะดวก

ข. เป็นพื้นที่ที่มีดินทรายปนอยู่มาก

ค. เป็นพื้นที่ลาดเทเล็กน้อย ระบายน้ำได้ดี

ง. เป็นพื้นที่ราบแนวระดับ ไม่มีความลาดเท

2. ดินดีที่เหมาะแก่การปลูกพืชมีลักษณะอย่างไร

ก. มีสีคล้ำเนื่องจากมีอินทรีย์วัตถุมาก

ข. เป็นดินร่วนปนทราย สีค่อนข้างแดง

ค. เนื้อดินละเอียด มีสีเทาปนดำ

ง. ไม่มีวัสดุอื่นปะปนอยู่ในเนื้อดิน

3. ธาตุอาหารของพืชที่ใช้ในการเจริญเติบโตมาจากที่ใด

ก. อากาศ                  ข. น้ำ

ค. แสงแดด                ง. ดิน

4. พืชในข้อใดที่ต้องการอุณหภูมิในการเจริญเติบโตค่อนสูง

ก. สตรอว์เบอร์รี่          ข. ข้าวโพด

ค. ข้าวสาลี                 ง. มันฝรั่ง

5. พืชที่ต้องการน้าเป็นปริมาณมากได้แก่ข้อใด

ก. มะเขือเทศ              ข. มันสำปะหลัง

ค. กล้วยไม้                 ง. กระจับ

6. พืชในข้อใดนิยมขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

ก. ข้าวฟ่าง                       ข. อ้อย

ค. กุหลาบ                        ง. กล้วยไม้

7. เครื่องมือที่ใช้ในการบำรุงรักษาต้นพืช ได้แก่ข้อใด

ก. จอบ                           ข. ตะกร้อ

ค. กรรไกรตัดแต่ง               ง. เครื่องตัดหญ้า

8. ข้อใดเป็นหลักการเก็บรักษาเครื่องมือและอุปกรณ์ในการปลูกพืช

ก. วางให้เป็นระเบียบริมแปลงผัก

ข. ไม่ควรหยอกล้อในขณะเก็บเครื่องมือ

ค. ขณะเก็บเครื่องมือควรแต่งกายให้มิดชิด

ง. จัดทำบัญชีรายการเครื่องมือ และเก็บให้เป็นระเบียบ

9. ข้อใดเป็นการขยายพันธุ์พืชโดยการตอนกิ่ง

ก. ตัดส่วนหนึ่งส่วนใดของพืชปักลงในวัสดุชำ

ข. ทาบให้กิ่งพืชออกรากในขณะที่ติดอยู่กับต้นเดิม

ค. นำส่วนของพืชพันธุ์ดีมาต่อกับพืชอีกต้นหนึ่ง

ง. นำแผ่นตาจากกิ่งพันธุ์ดีไปติดบนต้นตอพันธุ์เดิม

10. การเตรียมดินปลูกพืช หมายถึงข้อใด

ก. การผสมดินกับวัสดุปลูกชนิดอื่นๆ

ข. การใส่ปุ๋ยหมักลงในดินปลูก

ค. การทาดินให้มีสภาพเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืช

ง. การขุดหน้าดินมาตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรค

11. ขั้นตอนแรกของการเตรียมแปลงปลูกพืช คือข้อใด

ก. ใช้ไม้ปักเพื่อวัดขนาดแปลง

ข. ย่อยดินให้มีขนาดเล็กลง

ค. ขุดพลิกหน้าดิน ตากดินไว้ให้แห้ง

ง. กาจัดวัชพืชและวัสดุอื่นออกจากแปลงปลูก

12. ในการเตรียมแปลงปลูกพืช ควรขุดดินลึกประมาณเท่าใด

ก. 20-30 เซนติเมตร

ข. 10-20 เซนติเมตร

ค. 5-10 เซนติเมตร

ง. ลึกเท่าใดก็ได้

13. ดินที่ใช้ปลูกไม้กระถาง ควรมีคุณสมบัติอย่างไร

ก. มีสีคล้ำ

ข. มีน้ำหนักเบา โปร่ง

ค. เนื้อดินละเอียด

ง. มีฤทธิ์เป็นกรด

 

14. การขุดหลุมปลูกไม้ยืนต้น ควรขุดลึกอย่างน้อยเท่าใด

ก. 150 เซนติเมตร

ข. 120 เซนติเมตร

ค. 100 เซนติเมตร

ง. 80 เซนติเมตร

15. ข้อใดเป็นขั้นตอนการปลูกไม้กระถาง

ก. ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างกดดินโคนต้นให้แน่น

ข. คัดเลือกภาชนะให้เหมาะสมกับต้นพืช

ค. ผสมดินกับวัสดุปลูก

ง. ใส่ปุ๋ยรองก้นกระถาง

 

จากตัวเลือกต่อไปนี้   ใช้ตอบคำถาม ข้อ 16-18

                       ก.                              เทคโนโลยีระดับพื้นบ้าน

ข.                              เทคโนโลยีระดับกลาง

ค.                              เทคโนโลยีระดับสูง

ง.                              เทคโนโลยีชาวบ้าน

 

 

 

 

 

 

 

16. การโคลนนิ่งแพะ  เป็นการใช้เทคโนโลยีในระดับใด

17. เครื่องขูดมะพร้าว  เป็นการใช้เทคโนโลยีในระดับใด

18. ยาสมุนไพรรักษาโรค  เป็นการใช้เทคโนโลยีในระดับใด

 

จากตัวเลือกต่อไปนี้   ใช้ตอบคำถาม ข้อ 19-21

     ก.     เทคโนโลยีการสื่อสาร

ข.     เทคโนโลยีทางการแพทย์

ค.     เทคโนโลยีชีวภาพ

ง.     เทคโนโลยีการผลิต

 

 

 

 

 

 

 

 

19. การผลิตรถยนต์ในปัจจุบัน  ใช้ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีด้านใด

20. การพูดคุยผ่าน Facebook ทางอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ เป็นการใช้เทคโนโลยีในด้านใด

21. การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดในไขกระดูก จัดเป็นวิทยาการด้านใด

22. การปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้ต้านทานโรคและแมลง มีจุดมุ่งหมายในการใช้เทคโนโลยีอย่างไร

ก. เพื่อประหยัดแรงงานในการปลูกข้าวให้มากที่สุด

ข. เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการปลูกข้าวมากที่สุด

ค. เพื่อให้ได้ประสิทธิผลในการปลูกข้าวมากที่สุด

ง. เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงสุดในการปลูกข้าว

23. ข้อใดเป็นประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้เทคโนโลยี

ก. ช่วยประหยัดต้นทุน แรงงาน เพิ่มผลตอบแทนให้มากขึ้น

ข. ช่วยส่งเสริมด้านการตลาดของผลผลิต ยอดจำหน่ายสูงขึ้น

ค. ช่วยให้การทำงานแต่ละขั้นตอนมีความประณีตมากขึ้น

ง. ช่วยส่งเสริมการผลิตให้มีคุณภาพและมาตรฐานมากขึ้น

 

26. การใช้กระบวนการบริหารจัดการซ่อมแซมปรับปรุงแก้ไขชิ้นงานให้มีคุณภาพ คือข้อใด

ก. กระบวนการวิทยาศาสตร์

ข. กระบวนการเทคโนโลยี

ค. กระบวนการงานอาชีพ

ง. กระบวนการออกแบบ

27. กระบวนการทำงานเชิงระบบ  ประกอบด้วยอะไรบ้าง

ก. ข้อมูล  กระบวนการ  ผลลัพธ์

ข. ข้อมูล  การออกแบบปฏิบัติการ

ค. ข้อมูล  การออกแบบ  ผลสัมฤทธิ์ของงาน

ง. กระบวนการ  ผลลัพธ์  ข้อมูลย้อนกลับ

28. การเขียนแบบรูปแปลน  เป็นขั้นตอนใดในกระบวนการเทคโนโลยี

ก. กำหนดปัญหาหรือความต้องการ

ข. การรวบรวมข้อมูลเพื่อแสวงหาวิธีแก้ปัญหา

ค. การออกแบบและปฏิบัติการ

ง. การเลือกวิธีการแก้ปัญหา

29. การจัดเตรียมเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ เป็นขั้นตอนใดในกระบวนการเทคโนโลยี

ก. กำหนดปัญหาหรือความต้องการ

ข. การรวบรวมข้อมูลหรือแสวงหาวิธีการแก้ปัญหา

ค. การออกแบบและปฏิบัติการ

ง. การเลือกวิธีการแก้ปัญหา

30. การเขียนภาพแสดงรูปร่างชิ้นงานขนาดเท่าของจริง  เป็นการเขียนภาพชนิดใด

ก. การเขียนภาพรูปแปลน

ข. การเขียนภาพรูปด้านหน้า

ค. การเขียนภาพรูปด้านหลัง

ง. การเขียนภาพแบบไอโซเมตริก

31. ข้อใดเป็นประโยชน์ของการสร้างหุ่นจำลอง

ก. เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์

ข. เพื่อใช้ในการฝึกทักษะการผลิตชิ้นงาน

ค. เพื่อใช้ในการทดสอบผลิตภัณฑ์

ง. เพื่อใช้ในการกำหนดรูปแบบผลิตภัณฑ์

 

 

 

 

 

เทคนิคการเตรียมพร้อมก่อนสอบปลายภาคครั้งนี้

1. ทบทวน ท่อง ทฤษฎีบทหรือนิยาม ของบทเรียนที่จะมีการสอบ ให้ได้อย่างขึ้นใจ ชนิดที่ว่าแม้พิสูจน์โจทย์ข้อสอบนั้นไม่ได้ แต่ก็ยังสามารถแสดงความสัมพันธ์ของโจทย์กับทฤษฎีบทหรือนิยามนั้นๆ ให้อาจารย์ผู้ตรวจข้อสอบอ่านได้อย่างถูกต้อง รับรองว่าต้องได้คะแนนข้อนั้นอย่างแน่นอน จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับลายมือผู้สอบจะเขียนได้สวยแค่ไหน

2. ทบทวนแบบฝึกหัดทุกข้อ ที่อาจารย์ผู้สอนชอบย้ำนักหนาในห้องว่า “ข้อสอบก็ออกในแนวนี้ละ” หรืออาจารย์บางท่านก็พูดย้ำตรงๆ เลยว่า “ข้อนี้ออก…………นะ” ดังนั้นเวลาเรียนถ้าเจออาจารย์พูดแบบนี้ ก็อย่าลืมเอาปากกาแดงทำ * กา ไว้ที่แบบฝึกหัดข้อนั้นให้ใหญ่ๆ เลยทีเดียว รับรองไม่พลาด ถ้าข้อไหนทวนหลายครั้งแล้วแต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ให้ฝึกเขียนหลายๆครั้ง จนจำขึ้นใจ

3. เตรียมอุปกรณ์เครื่องเขียนที่จะใช้ในการสอบให้พร้อม ข้อนี้สำคัญมากกกกกกนะเพราะจะได้ไม่ต้องไปยืมาชวบ้านเค้า และต้องเข้านอนแต่หัวค่ำทำใจให้ผ่องใส อย่าลืมสวดมนต์ไหว้พระและนั่งสมาธิทำใจนิ่งๆว่างๆก่อนนอนสัก 5 นาที จะทำให้ใจสงบและหลับอย่างเป็นสุข พร้อมจะเผชิญอุปสรรค ของวันใหม่

4. ตื่นนอนตี 5 ของวันใหม่ ล้างหน้าล้างตาให้สดใส ทบทวนเนื้อหาทั้งหมด ตลอดจนทฤษฎีบท แบบฝึกหัด (ที่ทบทวนไปเมื่อวาน) โดยอ่านแบบผ่านๆ สายตา ความเงียบสงบของเช้าตรู่จะช่วยให้จำได้ดี

5. ถึงหน้าห้องสอบก่อนเวลา สัก 10 นาที ตรวจเลขที่นั่งสอบของตนเองให้เรียบร้อย และไม่ต้องสนใจที่จะถกปัญหาเรื่องโจทย์กับใคร ตลอดจนไม่อ่านหนังสือ หรือทบทวนอะไรในหัวสมองอีก ทำใจให้เบิกบานว่างๆ ไม่สนใจคนรอบข้าง

6. เมื่อ ผู้คุมสอบเรียกเข้าห้อง เข้านั่งประจำโต๊ะ วางอุปกรณ์เครื่องใช้ เครื่องเขียนในทิศทางที่หยิบใช้ได้ง่าย นั่งตัวตรงทำใจว่างๆ เตือนสติตนเองอีกครั้ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะไม่พยายาม “ทุจริต” ด้วยวิธีการใดๆ ทั้งสิ้น เพราะนั้นเท่ากับเราหมดภูมิและพยายามฆ่าตัวตายชัดๆ

 7. รอกรรมการแจกข้อสอบ หรือถ้าข้อสอบวางคว่ำอยู่บนโต๊ะแล้ว ให้รอคำสั่งเปิดข้อสอบ เมื่อเวลาสัญญานเริ่มทำการสอบดังขึ้นขณะทำการสอบจากนั้น……….

 

ทำข้อสอบอย่างไรไม่ให้พลาด

1. เปิดข้อสอบเมื่อได้รับคำสั่ง ตรวจสอบเวลาทำการสอบรวมกี่ชั่วโมงที่หัวข้อสอบให้แน่ชัด เสร็จแล้วเขียนชื่อ/นามสกุล ชั้น/ห้อง เลขที่ประจำตัว เลขที่สอบให้เรียบร้อย ขณะเดียวกันให้ฟังกรรมการผู้คุมสอบไปด้วยว่า มีคำสั่งแก้ไขข้อสอบหรือไม่ ถ้ามีให้พลิกข้อสอบ ไปทำการแก้ไขให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงกลับมาเขียนข้อมูลส่วนตัวบนหัวกระดาษคำตอบให้เรียบร้อย

 2. พลิกดูข้อสอบทั้งหมดมีกี่ข้อ เป็นปรนัยกี่ข้อ อัตนัยกี่ข้อ คำนวณเวลาที่มี โดยปกติข้อสอบอัตนัย 1 ข้อ จะใช้เวลามากกว่าปรนัยประมาณ 3 เท่า ว่าควรจะใช้เวลาคิดได้ข้อละกี่นาที และเหลือเวลาไว้ตรวจสอบคำตอบทั้งหมดในตอนท้ายประมาณ 10 นาที เพราะผู้ออกข้อสอบจะคำนึงถึงเวลาที่ให้กับความยากง่ายของข้อสอบเสมอ

 3. เมื่อได้เวลาเฉลี่ยต่อข้อในการทำข้อสอบแล้ว พลิกข้อสอบดูคร่าวๆ ตั้งแต่ข้อ 1 ไปถึงข้อสุดท้ายอีกครั้ง เพื่อดูว่าข้อสอบข้อใดบ้างง่ายสำหรับเรา ให้ลงมือทำเลยโดยไล่จากข้อสอบแบบปรนัยไปแบบอัตนัย

 4. อ่านคำสั่งให้เข้าใจว่าแต่ละส่วนของข้อสอบเขา ให้เราตอบอย่างไร ให้วงกลม กากะบาด หรือเติมคำตอบสั้นๆ จับคู่ หรือแสดงวิธีทำ มีผู้เข้าสอบเป็นจำนวนมากต้องเสียใจกับความผิดพลาด เพราะละเลย ไม่อ่านคำสั่งให้ดี เกี่ยวกับการแสดงคำตอบที่ถูกต้องมามากต่อมากแล้ว

 5. เริ่มทำข้อสอบที่ยากจากข้อแรกไปตามลำดับ อย่าลืม “การวิเคราะห์โจทย์อย่างมีประสิทธิภาพ” จะช่วยให้วางแผนในการคิดหาคำตอบในแต่ละข้อได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

6. ข้อไหนคิดจนหมดเวลาเฉลี่ยแล้วให้ผ่านไปก่อน คิดข้ออื่นต่อไป ถ้ามีเวลาเหลือแล้วค่อยกลับมาทำใหม่ แต่อย่าลืมจะต้องคงเวลาประมาณ 10 นาทีไว้ตอนท้ายสำหรับการตรวจสอบความถูกต้องของการทำข้อสอบเสมอ

7. อย่าเขียนสูตร ทฤษฎีบท นิยาม หรือวิธีคิดใดๆ ไว้บนมือขณะอยู่ในห้องสอบ เพราะจะทำให้เกิดปัญหากับกรรมการคุมสอบได้ง่ายที่สุด ถ้าจำเป็นควรเขียนบนกระดาษทดที่กรรมการคุมสอบแจกมา

8. สำหรับข้อสอบแบบอัตนัย ให้เขียนวิธีทำด้วยลายมือที่อ่านง่าย ชัดเจน ได้รูปแบบของการทำโจทย์คณิตศาสตร์ ในชั้นเรียน (ไม่ใช้รูปแบบจากการเรียนพิเศษ ซึ่งนั่นควรเขียนเก็บไว้เพื่อความเข้าใจของตนเองเท่านั้น) เพราะคำตอบที่อ่านง่ายตั้งใจเขียน แม้จะตกหล่น ขาดเกินไปบ้าง ก็ชนะใจผู้ตรวจข้อสอบในเรื่องการให้คะแนนมามากต่อมากแล้ว

9. ใช้เวลาช่วง 10 นาทีสุดท้าย ตรวจสอบคำตอบที่เราทำมาทั้งหมด ดูว่าเราทำตกหล่น เผลอเลอ ลืมอะไรตรงไหนอีกหรือไม่ มีผู้สอบที่พลาดการได้คะแนน เพราะความเผลอเลอ ลืม ไม่รอบครอบ ทำให้เสียคะแนน อดได้คะแนน หรือไม่ได้รับการคัดเลือก หรือแพ้เขาเพียง 1 คะแนน มามากต่อมากแล้ว (ใช้เวลาในการคิดจนหมดไม่มีเวลาทบทวน) แต่ อย่าทบทวนในลักษณะคิดวกไป วนมา แก้ไขหลายครั้งแบบสับสนจนทำให้ข้อถูก กลายเป็นข้อผิด เพราะขาดความมั่นใจในตัวเอง ฉะนั้นทุกข้อที่ทำไปแล้วให้ทบทวนเพียงครั้งเดียว

10. ส่งกระดาษคำตอบให้กรรมการผู้คุมสอบเมื่อตรวจทานเสร็จหรือได้ยินสัญญานหมดเวลาสอบ ขณะส่งกระดาษให้เหลือบดูที่หัวกระดาษคำตอบสักนิดว่าเขียน ชื่อ/นาม สกุล เลขที่สอบหรือเลขประจำตัว เรียบร้อยแล้วหรือไม่ เพราะยังแก้ไขได้ทัน แต่ถ้าส่งกระดาษ คำตอบไปแล้ว อย่าไปคว้ากลับมาแก้ไขด้วยเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าไม่ได้รับการทวงถามจากกรรมการผู้คุมสอบ