การขยายพันธุ์พืช

การขยายพันธุ์พืช คือการเพิ่มจำนวนต้นพืชให้ได้จำนวนมากพอกับปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยพืชต้นใหม่ที่ได้ยังคงลักษณะของพันธุ์ และคุณสมบัติที่ดีไว้เหมือนเดิม
การขยายพันธุ์พืชมี 2 แบบ คือ
1. แบบอาศัยเพศ
2. แบบไม่อาศัยเพศ
งาน
ให้นักเรียนเลือกอธิบายการขยายพันธุ์พืช ในหัวข้อต่อไปนี้
1. การขยายพันธุ์พืชแบบอาศัยเพศ
2. การขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ

ให้ใส่ชื่อและเลขที่ไว้ด้านล่างของการอธิบาย

About these ads

28 thoughts on “การขยายพันธุ์พืช

  1. ตอบข้อ 1 คือการนำเอาเกสรดอกไม้มาขยายพันธ์หรือจะเอากิ่ง หน่อ ดอก กล้า หรือใช้เชื้อมาปลูกก็ได้เช่นการติดตา การทาบกิ่งไม่ว่าจะใช้กับไม้ดอก ไม้ประดับ หรือพืชส่วนก็ล้วนแล้วแต่ใช้เหมื่อนกันแต่ควรดูประเภทพันธ์พืชด้วยเพื่อให้เหมาะสมกับต้นไม้ที่เราจะปลูก
    น.ส.ศรุตา เสือเจริญ เลขที่ 16

  2. การขยายพันธุ์พืชแบบอาศัยเพศนะคะ เป็นการขยายพันธุ์โดยใช้ส่วนของเมล็ดที่เกิดจากการผสมเกสรระหว่างเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมีย โดยนำมาเพาะในวัสดุเพาะ เช่น ทรายหยาบๆ แกลบดำ ปุ๋ยคอก และดิน
    ข้อดีของการขยายพันธุ์พืชแบบอาศัยเพศ
    ๑. ปลูกง่าย ประหยัดค่าใช้จ่าย
    ๒. สามารถนำไปปลูกในที่ต่าง ๆ ได้สะดวก
    ๓. พืชที่ปลูกด้วยเมล็ด จะมีรากแก้วทำให้ต้น
    แข็งแรง
    ๔. สามารถผสมพันธุ์ใหม่เพื่อให้เกิดพันธุ์ใหม่
    ที่ดีกว่าเดิมได้
    ๕. อายุยืน
    ข้อเสียของการขยายพันธุ์พืชแบบอาศัยเพศ
    .๑.ให้ผลช้า ต้องใช้เวลานานในการดูแลกว่า
    จะให้ผลตอบแทน
    ๒. ถ้าผสมพันธุ์เองโดยธรรมชาติอาจจะกลาย
    พันธุ์ได้
    น.ส. ชรัญญา ทำสวน เลขที่ 28 คะ ^ ^

  3. การขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ หมายถึง การขยายพันธุ์พืชด้วยการใช้ส่วนต่างๆของพืช ได้แก่ ราก ลำต้น ใบ โดยส่วนต่างๆของพืชเหล่านี้สามารถเกิดรากและเจริญเติบโตเป็นต้นพืชได้
    การขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ เช่น การปักชำกิ่ง การตอนกิ่ง การติดตา การทาบกิ่ง เป็นต้น
    การปักชำกิ่ง (Stem Cutting)
    1.เลือกใช้กิ่งชนิดกึ่งแก่กึ่งอ่อนลักษณะสีเขียวปนน้ำตาล ความยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร ตัดส่วนโคนกิ่งใต้ข้อห่าง 1 เซนติเมตร เป็นรูปปากฉลามเอียงทำมุม 45 องศา
    2.แล้วนำมาจุ่มในสารละลายเร่งการเกิดราก ผึ่งให้แห้งเล็กน้อย นำกิ่งไปปักในถุงขี้เถ้าแกลบให้กิ่งเอียงทำมุม 30 องศา จากแนวตั้งฉาก
    3.ประมาณ 20-30 วัน กิ่งปักชำมีการเกิดราก จากนั้นนำไปย้ายเลี้ยงในดินผสมบรรจุในถุงดำประมาณ 1-2 เดือน จนกิ่งปักชำมีการแตกใบใหม่ออกมา แล้วจึงนำลงปลูกในแปลง
    การตอนกิ่ง (Layering)
    เป็นการทำให้กิ่งพืชเกิดใหม่ในขณะที่ยังอยู่บนต้นแม่
    ข้อดีคือมีอาหารจากต้นแม่มาเลี้ยงในช่วงที่รอให้เกิดราก
    นิยมทำในฤดูฝน โดยเลือกตอนกิ่งที่แข็งพอสมควร มักนิยมใช้กิ่งที่ตั้งตรง เพราะออกรากง่ายกว่ากิ่งที่อยู่ในแนวนอน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 0.5 ซม. ขึ้นไป
    การต่อกิ่งแบบเสียบยอด ( Cleft Grafting)
    การต่อกิ่ง คือ การนำกิ่งพันธุ์ดีมาต่อบนต้นตอ มักใช้สำหรับการเปลี่ยนพันธุ์พืชมากกว่าการขยายพันธุ์ นิยมใช้แพร่หลายและได้ผลดีกับทั้งไม้ผลและไม้ประดับ เช่น มะม่วง ขนุน เฟื่องฟ้า ชบา โกศล เป็นต้น ปัจจัยสำคัญที่สุดในการต่อกิ่งคือ ต้นตอและต้นพันธุ์ดีเมื่อต่อแล้ว เนื้อเยื่อเจริญของต้นตอและกิ่งพันธุ์ดีต้องเชื่อมต่อกันได้ สามารถเจริญเติบโต ออกดอก และติดผลได้
    การทาบกิ่ง (Approach Grafting)
    การทาบกิ่ง คือ การนำพืชสองต้นมาทำการต่อเชื่อมให้เป็นต้นเดียวกัน โดยมีเซลล์เนื้อเยื่อเป็นตัวเชื่อมติดกัน การทาบกิ่งประกอบส่วนที่เป็นต้นตอ (Stock) ทำหน้าที่เป็นระบบรากของต้นพืชใหม่ และส่วนของกิ่งพันธุ์ดี (Scion) อยู่เหนือรอยต่อ ทำหน้าที่เป็นส่วนยอดหรือกิ่งก้านลำต้นของพืชต้นใหม่

  4. การขยายพันธุ์พืชแบบอาศัยเพศ
    การขยายพันธุ์พืช คือการเพิ่มจำนวนต้นพืชให้ได้จำนวนมากพอกับ
    ปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยพืชต้นใหม่ที่ได้ยังคงลักษณะของพันธุ์ และคุณสมบัติที่ดีไว้เหมือนเดิม อาจกล่าวได้ว่า การขยายพันธุ์พืชเป็นการช่วย
    รักษาลักษณะที่ดีของพันธุ์ไว้ไม่ให้สูญหาย
    การขยายพันธุ์พืชมี 2 แบบ คือ
    1. แบบอาศัยเพศ
    2. แบบไม่อาศัยเพศ
    ผลดีและผลเสียของการขยายพันธุ์แบบอาศัยเพศ
    ผลดี
    ๑. ปลูกง่าย ประหยัดค่าใช้จ่าย
    ๒. สามารถนำไปปลูกในที่ต่าง ๆ ได้สะดวก
    ๓. พืชที่ปลูกด้วยเมล็ด จะมีรากแก้วทำให้ต้น
    แข็งแรง
    ๔. สามารถผสมพันธุ์ใหม่เพื่อให้เกิดพันธุ์ใหม่
    ที่ดีกว่าเดิมได้
    ๕. อายุยืน
    ผลเสีย
    ๑. ให้ผลช้า ต้องใช้เวลานานในการดูแลกว่า
    จะให้ผลตอบแทน
    ๒. ถ้าผสมพันธุ์เองโดยธรรมชาติอาจจะกลาย
    พันธุ์ได้

  5. กัญญาลักษณ์ สุขหร่อง ม.4 เลขที่19
    การขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ หมายถึง การขยายพันธุ์พืชด้วยการใช้ส่วนต่างๆของพืช ได้แก่ ราก ลำต้น ใบ โดยส่วนต่างๆของพืชเหล่านี้สามารถเกิดรากและเจริญเติบโตเป็นต้นพืชได้
    การขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ เช่น การปักชำกิ่ง การตอนกิ่ง การติดตา การทาบกิ่ง เป็นต้น
    การปักชำกิ่ง (Stem Cutting)
    1.เลือกใช้กิ่งชนิดกึ่งแก่กึ่งอ่อนลักษณะสีเขียวปนน้ำตาล ความยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร ตัดส่วนโคนกิ่งใต้ข้อห่าง 1 เซนติเมตร เป็นรูปปากฉลามเอียงทำมุม 45 องศา
    2.แล้วนำมาจุ่มในสารละลายเร่งการเกิดราก ผึ่งให้แห้งเล็กน้อย นำกิ่งไปปักในถุงขี้เถ้าแกลบให้กิ่งเอียงทำมุม 30 องศา จากแนวตั้งฉาก
    3.ประมาณ 20-30 วัน กิ่งปักชำมีการเกิดราก จากนั้นนำไปย้ายเลี้ยงในดินผสมบรรจุในถุงดำประมาณ 1-2 เดือน จนกิ่งปักชำมีการแตกใบใหม่ออกมา แล้วจึงนำลงปลูกในแปลง
    การตอนกิ่ง (Layering)
    เป็นการทำให้กิ่งพืชเกิดใหม่ในขณะที่ยังอยู่บนต้นแม่
    ข้อดีคือมีอาหารจากต้นแม่มาเลี้ยงในช่วงที่รอให้เกิดราก
    นิยมทำในฤดูฝน โดยเลือกตอนกิ่งที่แข็งพอสมควร มักนิยมใช้กิ่งที่ตั้งตรง เพราะออกรากง่ายกว่ากิ่งที่อยู่ในแนวนอน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 0.5 ซม. ขึ้นไป
    การต่อกิ่งแบบเสียบยอด ( Cleft Grafting)
    การต่อกิ่ง คือ การนำกิ่งพันธุ์ดีมาต่อบนต้นตอ มักใช้สำหรับการเปลี่ยนพันธุ์พืชมากกว่าการขยายพันธุ์ นิยมใช้แพร่หลายและได้ผลดีกับทั้งไม้ผลและไม้ประดับ เช่น มะม่วง ขนุน เฟื่องฟ้า ชบา โกศล เป็นต้น ปัจจัยสำคัญที่สุดในการต่อกิ่งคือ ต้นตอและต้นพันธุ์ดีเมื่อต่อแล้ว เนื้อเยื่อเจริญของต้นตอและกิ่งพันธุ์ดีต้องเชื่อมต่อกันได้ สามารถเจริญเติบโต ออกดอก และติดผลได้
    การทาบกิ่ง (Approach Grafting)
    การทาบกิ่ง คือ การนำพืชสองต้นมาทำการต่อเชื่อมให้เป็นต้นเดียวกัน โดยมีเซลล์เนื้อเยื่อเป็นตัวเชื่อมติดกัน การทาบกิ่งประกอบส่วนที่เป็นต้นตอ (Stock) ทำหน้าที่เป็นระบบรากของต้นพืชใหม่ และส่วนของกิ่งพันธุ์ดี (Scion) อยู่เหนือรอยต่อ ทำหน้าที่เป็นส่วนยอดหรือกิ่งก้านลำต้นของพืชต้นใหม่

  6. การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เป็นวิธีการนำเอาส่วนต่างๆ ของพืชเช่น
    ลำต้นใต้ดินของข่า ไหลของใบบัวบก รากของกระชาย ใบของเศรษฐีเงินหมื่น นอกจากนี้ยังมีการขยายพันธุ์พืชโดยการ การตอน การปักชำ การติดตา
    การต่อกิ่ง การทาบกิ่ง วิธีการดังกล่าวเป็นการดำรงลักษณะที่ดีของพืชนั้นไว้

    การตอน เป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชโดยใช้กิ่งของพืช ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
    1. เลือกกิ่งที่สมบูรณ์ไม่อ่อนแอและไม่แก่เกินไป ใบงาม ไม่มีโรค
    หรือแมลงทำลาย ได้รับแสงแดดสม่ำเสมอ
    2. ควั่นกิ่งระหว่างข้อ เพื่อตัดท่อลำเลียงอาหาร ทำให้อาหารเลี้ยงเฉพาะ
    กิ่งที่ตอน และเกิดรากบริเวณรอยควั่น
    3. ทาฮอร์โมนเร่งรากบริเวณรอยควั่น
    4. หุ้มกิ่งตอนด้วยดินและวัสดุที่เก็บควรชุ่มชื้นได้ดี เช่น กาบมะพร้าว
    ผ้ากระสอบ ป่าน รากผักตบชวา พันหรือหุ้มกิ่งให้แน่นพอสมควร อย่าให้หมุน
    ไปมาได้ง่าย พยายามให้กลางกระเปาะวัสดุที่หุ้มอยู่ตรงบริเวณที่จะออกรากด้วย
    5. รักษาความชุ่มชื้นอยู่เสมอ โดยการฉีกน้ำเข้าไปในกระเปาะที่หุ้ม
    กระเปาะประมาณ 5-7 ครั้ง / วัน
    6. ตัดกิ่งตอนปลูกในกระถาง เลี้ยงไว้จนกระทั่งเห็นว่ากิ่งตอนแข็งแรง
    จึงนำไปปลูกในบริเวณที่กำหนด

    พืชที่นิยมใช้ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง เช่น มะม่วง ลำไย ลิ้นจี่
    ส้มเขียวหวาน ส้มโอ กระท้อน กุหลาบ ละมุด เป็นต้น
    การปักชำ เป็นการทำให้กิ่งหรือต้นพืชเกิดรากหลังจากที่ตัดกิ่งหรือต้นออกจากต้นแม่แล้ว การปักชำมีขั้นตอนดังนี้
    1. เลือกกิ่งที่มีตาและใบ เพราะใบช่วยสร้างอาหารและฮอร์โมน ช่วยในการออกรากให้แก่กิ่งปักชำ
    2. จัดวางกิ่งปักชำให้ถูกต้องตามหัวท้ายของกิ่งถ้าวางกลับทิศทางจะ
    ทำให้ กิ่งไม่เกิดรากและไม่เกิดยอด
    3. ทำแผลโคนกิ่ง เพื่อให้กิ่งมีเนื้อที่ที่จะเกิดรากได้มากขึ้น
    4. ทาหรือนำกิ่งจุ่มฮอร์โมนและสารกระตุ้นบางอย่างช่วยในการเกิดราก
    5. นำกิ่งไปปักชำในวัตถุที่เตรียมไว้
    6. รักษาความชื้นและแสงสว่างที่วางกิ่งปักชำ
    7. ดูแลรดน้ำให้ชุ่มจนกว่าจะเกิดราก

    พืชที่นิยมใช้ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ ได้แก่ พืชประเภทดอกไม้ประดับ
    และผลไม้ เช่น อ้อย พลูด่าง โป๊ยเซียน มะนาว
    นอกจากการตอนกิ่ง และการปักชำแล้ว ยังมีการขยายพันธุ์พืชโดยใช้
    การเชื่อมส่วนของต้นพืชเข้าด้วยกัน เพื่อให้ส่วนของพืชนั้นๆ ติดกันและเจริญ
    ต่อไปเหมือนกับเป็นต้นพืชต้นเดียวกัน ส่วนของต้นพืชที่ต่ออยู่ทางส่วนบนหรือ
    ทำหน้าที่เป็นราก เรียกว่า กิ่งพันธุ์ดี และส่วนของพืชที่ต่ออยู่ทางส่วนล่างหรือ
    ทำหน้าที่เป็นราก เรียกว่า ต้นตอ วิธีการนี้แบ่งออกเป็น 3 วิธี คือ การติดตา
    การต่อกิ่ง และการทาบกิ่ง พืชที่นิยมใช้ขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีนี้ ได้แก่ มะม่วง
    ส้มเขียวหวาน กุหลาบ พุทรา ขนุน เป็นต้น

  7. การขยายพันธุ์พืชแบบอาศัยเพศ
    ดอกไม้ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ เรียงจากชั้นนอกเข้าสู่ชั้นในที่สำคัญๆ
    4 ส่วนได้แก่
    กลีบเลี้ยง (speal) ส่วนนี้จะอยู่นอกสุด โดยเปลี่ยนแปลงเจริญมาจากใบ มีขนาดเล็กมีสีเขียว ทำหน้าที่ป้องกันอันตรายให้แก่ดอกไม้ขณะตูม
    กลีบดอกไม้ (Petal) ส่วนนี้อยู่ถัดจากกลีบเลี้ยงเข้าไป มีขนาดใหญ่กว่า
    กลีบเลี้ยง ซึ่งมีสีสันสวยงาม มีกลิ่นหอม ทำหน้าที่ล่อแมลงเพื่อช่วยผสมเกสร
    เกสรตัวผู้ (Stamen) ส่วนนี้อยู่ถัดจากกลีบดอกเข้าไป ทำหน้าที่เป็น
    เซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ มักมีหลายอันรวมกัน มีส่วนประกอบที่สำคัญอยู่คือ
    1. ก้านชูอับเรณู มีลักษณะแท่งยาวทรงกระบอก มีหน้าที่ชูอับละอองเรณู
    2. อับเรณู เป็นเม็ดเล็กๆ อยู่บนก้านชูอับเรณู ภายในอับเรณูจะมีละออง
    เรณูอยู่มากมาย มีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ คล้ายผงสีเหลือง
    3. ละอองเรณู อยู่ภายในอับเรณู ทำหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้
    เกสรตัวเมีย (Pistill) ส่วนนี้อยู่ชั้นในสุด ทำหน้าที่เป็นเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย มีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ
    1. ยอดเกสรตัวเมีย ส่วนนี้จะมีขนเส้นเล็กๆ และมีน้ำหวานเหนียว ๆ สำหรับดักจับละอองเรณู รวมทั้งยังใช้เป็นอาหารสำหรับการงอกของหลอดละอองเรณู
    2. ก้านเกสรตัวเมีย ส่วนนี้จะทำหน้าที่ชูยอดเกสรตัวเมียให้อยู่ในระดับสูงๆ
    เพื่อประโยชน์ในการผสมพันธุ์ นอกจากนี้ยังเป็นทางให้ละอองเรณูแทงหลอดเรณู
    ลงไปเพื่อให้เซลล์สืบพันธุ์เพศผู้เข้าผสมกับเซลล์ไข่ได้
    3. รังไข่ ส่วนนี้มีออวุล ซึ่งมีลักษณะเป็นเม็ดเล็ก ๆบรรจุอยู่ภายใน
    รังไข่หนึ่งอาจมี 1 ออวุลหรือหลายออวุลก็ได้ภายในออวุลเป็นแหล่งสร้าง
    เซลล์ไข่ซึ่งทำหน้าที่เป็นเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย

  8. นางสาว กาญจนา นาคศิริ
    การขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ
    การปักชำกิ่ง (Stem Cutting)
    1.เลือกใช้กิ่งชนิดกึ่งแก่กึ่งอ่อนลักษณะสีเขียวปนน้ำตาล ความยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร ตัดส่วนโคนกิ่งใต้ข้อห่าง 1 เซนติเมตร เป็นรูปปากฉลามเอียงทำมุม 45 องศา
    2.แล้วนำมาจุ่มในสารละลายเร่งการเกิดราก ผึ่งให้แห้งเล็กน้อย นำกิ่งไปปักในถุงขี้เถ้าแกลบให้กิ่งเอียงทำมุม 30 องศา จากแนวตั้งฉาก
    3.ประมาณ 20-30 วัน กิ่งปักชำมีการเกิดราก จากนั้นนำไปย้ายเลี้ยงในดินผสมบรรจุในถุงดำประมาณ 1-2 เดือน จนกิ่งปักชำมีการแตกใบใหม่ออกมา แล้วจึงนำลงปลูกในแปลง
    การทาบกิ่งการทาบกิ่ง คือ การนำพืชสองต้นมาทำการต่อเชื่อมให้เป็นต้นเดียวกัน โดยมีเซลล์เนื้อเยื่อเป็นตัวเชื่อมติดกัน การทาบกิ่งประกอบส่วนที่เป็นต้นทำหน้าที่เป็นระบบรากของต้นพืชใหม่ และส่วนของกิ่งพันธุ์ดีอยู่เหนือรอยต่อ ทำหน้าที่เป็นส่วนยอดหรือกิ่งก้านลำต้นของพืชต้นใหม่การต่อกิ่งแบบเสียบยอดการต่อกิ่ง คือ การนำกิ่งพันธุ์ดีมาต่อบนต้นตอ มักใช้สำหรับการเปลี่ยนพันธุ์พืชมากกว่าการขยายพันธุ์ นิยมใช้แพร่หลายและได้ผลดีกับทั้งไม้ผลและไม้ประดับ เช่น มะม่วง ขนุน เฟื่องฟ้าการต่อกิ่งแบบเสียบยอดการต่อกิ่ง คือ การนำกิ่งพันธุ์ดีมาต่อบนต้นตอ มักใช้สำหรับการเปลี่ยนพันธุ์พืชมากกว่าการขยายพันธุ์ นิยมใช้แพร่หลายและได้ผลดีกับทั้งไม้ผลและไม้ประดับ เช่น มะม่วง ขนุน เฟื่องฟ้า ชบา โกศล เป็นต้น ปัจจัยสำคัญที่สุดในการต่อกิ่งคือ ต้นตอและต้นพันธุ์ดีเมื่อต่อแล้ว เนื้อเยื่อเจริญของต้นตอและกิ่งพันธุ์ดีต้องเชื่อมต่อกันได้ สามารถเจริญเติบโต ออกดอก และติดผลได้

  9. นาย ราชันต์ จันทราช ม.4 เลที่ 13
    2. การขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ
    ตอบ-คือ การทำให้กิ่งหรือต้นพืชเกิดรากขณะติดอยู่กับต้นแม่ จะทำให้ได้ต้นพืชใหม่ ที่มีลักษณะทางสายพันธุ์ เหมือนกับต้นแม่ทุกประการ มีหลายวิธี เช่น การปักชำกิ่ง การตอนกิ่ง การติดตา การทาบกิ่ง ครับ:D

  10. นางสาว ภาวิไล นาคศิริ พูดว่า:
    การขยายพันธ์พืชแบบอาศัยเพศเป็นวิธีการขยายพันธ์โดยใช้เมล็ดที่เกิดจากผสมระหว่างเกสรตัวผู้กับเกสรตัวเมีย
    ข้อดีของการขยายพันธุ์พืชแบบอาศัยเพศ คือ
    1.ปลูกง่าย
    2.ประหยัดเงิน
    3.อายุยืน
    4.มีรากแก้วสามารถช่วยทำให้พืชแข็งแรง
    5.สามารถปลูกในที่ต่างๆได้ง่าย
    แต่มีข้อเสียคือ
    1.ให้ผลผลิตได้ช้า ใช้เวลาในการดูแลนาน
    2.ถ้าผสมพันธุเองตามธรรมชาติอาจจะกลายพันธุ์ได้ค่ะ
    นางสาว ภาวิไล นาคศิริ ม.4 เลขที่ 29

  11. การขยายพันธุ์พืชแบบอาศัยเพศ

    การขยายพันธุ์พืชแบบอาศัยเพศ เป็นการขยายพันธุ์โดยใช้ส่วนของเมล็ดที่เกิดจากการผสมเกสรระหว่างเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมีย โดยนำมาเพาะในวัสดุเพาะ เช่น ทรายหยาบ แกลบดำ ปุ๋ยคอก และดิน ในอัตราส่วน 1 : 1 : 1 : 0.5 โดยปริมาตร
    วิธีการเพาะ
    ให้กดเมล็ดด้วยนิ้วมือลึกประมาณ 2-3 เท่าของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเมล็ด ดูแลรดน้ำให้วัสดุมีความชื้นพอเหมาะ ระวังอย่างให้แฉะ
    นางสาวแสงอรุณ รัตนผล เลขที่ 25 ม. 4

  12. การขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ
    การตอนกิ่ง
    คือ การทำให้กิ่งหรือต้นพืชเกิดรากขณะติดอยู่กับต้นแม่ จะทำให้ได้ต้นพืชใหม่ ที่มีลักษณะทางสายพันธุ์ เหมือนกับต้นแม่ทุกประการ
    การทาบกิ่ง
    คือ การนำต้นพืช 2 ต้นเป็นต้นเดียวกัน โดยส่วนของต้นตอที่นำมาทาบกิ่ง จะทำหน้าที่เป็นระบบรากอาหารให้กับต้นพันธุ์ดี
    การติดตา
    คือ การเชื่อมประสานส่วนของต้นพืชเข้าด้วยกัน เพื่อให้เจริญเป็นพืชต้น เดียวกัน โดยการนำแผ่นตาจากกิ่งพันธุ์ดี ไปติดบนต้นตอ การติดตาจะมีวิธีการทำ 2 วิธี คือ วิธีการติดตาแบบลอกเนื้อไม้ และแบบไม่ลอกเนื้อไม้
    การเสียบยอด
    คือ การเชื่อมประสานเนื้อเยื่อของต้นพืช 2 ต้นเข้าด้วยกัน เพื่อให้เจริญเติบโต เป็นต้นเดียวกัน
    การตัดชำ
    คือ การนำส่วนต่าง ๆ ของพืชพันธุ์ดี เช่น ใบ และ ราก มาตัดและปักชำในวัสดุเพาะชำ เพื่อให้ได้พืชต้นใหม่จากสวนที่นำมาตัดชำ

  13. การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ
    การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ หมายถึง การขยายพันธุ์พืชด้วยการใช้ส่วนต่างๆ ของพืช ได้แก่ ราก ลำต้น ใบ โดยส่วนต่างๆ ของพืชเหล่าที่สามารถเกิดราก และเจริญเติบโตเป็นต้นพืชได้ การขยายพันธุแบบไม่อาศัยเพศ เช่น การปักชำกิ่ง การตอนกิ่ง การติดตา การทาบกิ่ง เป็นต้น
    การปักชำกิ่ง (Stem Cutting)
    1.เลือกใช้กิ่งชนิดกึ่งแก่กึ่งอ่อนลักษณะสีเขียวปนน้ำตาล ความยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร ตัดส่วนโคนกิ่งใต้ข้อห่าง 1 เซนติเมตร เป็นรูปปากฉลามเอียงทำมุม 45 องศา
    2.แล้วนำมาจุ่มในสารละลายเร่งการเกิดราก ผึ่งให้แห้งเล็กน้อย นำกิ่งไปปักในถุงขี้เถ้าแกลบให้กิ่งเอียงทำมุม 30 องศา จากแนวตั้งฉาก
    3.ประมาณ 20-30 วัน กิ่งปักชำมีการเกิดราก จากนั้นนำไปย้ายเลี้ยงในดินผสมบรรจุในถุงดำประมาณ 1-2 เดือน จนกิ่งปักชำมีการแตกใบใหม่ออกมา แล้วจึงนำลงปลูกในแปลง
    การตอนกิ่ง (Layering)
    เป็นการทำให้กิ่งพืชเกิดใหม่ในขณะที่ยังอยู่บนต้นแม่
    ข้อดีคือมีอาหารจากต้นแม่มาเลี้ยงในช่วงที่รอให้เกิดราก
    นิยมทำในฤดูฝน โดยเลือกตอนกิ่งที่แข็งพอสมควร มักนิยมใช้กิ่งที่ตั้งตรง เพราะออกรากง่ายกว่ากิ่งที่อยู่ในแนวนอน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 0.5 ซม. ขึ้นไป มีวิธีการดังนี้
    1.การเลือกกิ่ง เลือกกิ่งตอนที่มีความสมบูรณ์ ไม่อ่อนหรือแก่เกินไป ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกิ่งตั้งแต่ 0.5 เซนติเมตรขึ้นไป มักใช้กิ่งตั้งตรงมากกว่ากิ่งที่อยู่ในแนวนอน เช่น กิ่งกระโดง เพราะมีการเกิดรากดีกว่า
    2.การควั่นกิ่ง เพื่อให้เกิดการสะสมอาหารบริเวณตอนบนของรอยควั่น ความยาวแผลที่ควั่นกิ่งประมาณ 1 นิ้ว จากนั้นใช้มีดขูดเนื้อเยื่อด้านนอกออก
    3.การใช้สารเร่งราก นำเซราดิกซ์ (IBA ความเข้มข้น 3,000 ppm) ละลายด้วยน้ำ ใช้พู่กันทาบริเวณรอยแผลด้านบน ทิ้งให้แห้งพอหมาดๆ
    4.การหุ้มกิ่งตอน ใช้ขุยมะพร้าวเป็นตุ้มตอน โดยนำมาแช่น้ำแล้วบีบพอหมาดๆ บรรจุใส่ถุงพลาสติกขนาดประมาณ 2 x 4 นิ้ว แล้วนำไปหุ้มกิ่งตอน
    5.การดูแลรักษากิ่งตอนขณะออกราก ต้องรักษาความชื้นให้เหมาะสม ถ้าเป็นช่วงหน้าแล้งต้องมีการให้น้ำตุ้มตอนเพิ่มขึ้น หลังจากตอนประมาณ 1-2 เดือน ตัดกิ่งตอนลงถุง และเลี้ยงไว้ในโรงเรือนเพาะชำประมาณ 1-2 เดือน แล้วจึงนำปลูกในแปลงได้
    การต่อกิ่งแบบเสียบยอด ( Cleft Grafting)
    การต่อกิ่ง คือ การนำกิ่งพันธุ์ดีมาต่อบนต้นตอ มักใช้สำหรับการเปลี่ยนพันธุ์พืชมากกว่าการขยายพันธุ์ นิยมใช้แพร่หลายและได้ผลดีกับทั้งไม้ผลและไม้ประดับ เช่น มะม่วง ขนุน เฟื่องฟ้า ชบา โกศล เป็นต้น ปัจจัยสำคัญที่สุดในการต่อกิ่งคือ ต้นตอและต้นพันธุ์ดีเมื่อต่อแล้ว เนื้อเยื่อเจริญของต้นตอและกิ่งพันธุ์ดีต้องเชื่อมต่อกันได้ สามารถเจริญเติบโต ออกดอก และติดผลได้
    1.การเตรียมต้นตอ เลือกต้นตอขนาดใกล้เคียงกับกิ่งพันธุ์ดี ตัดต้นตอบริเวณที่ไม่มีข้อหรือตาให้เป็นมุมฉาก ผ่าต้นตอตามยาวให้ลึกประมาณ 1-2 นิ้ว แล้วแต่ขนาดของกิ่ง
    2.การเตรียมกิ่งพันธุ์ดี เลือกกิ่งพันธุ์ดีให้มีขนาดใกล้เคียงกับต้นตอ เฉือนโคนกิ่งพันธุ์ดีให้เฉียงลงทั้งสองข้างเป็นรูปลิ่มยาวประมาณ 1-1/2 นิ้ว
    3.การเสียบกิ่งพันธุ์ดีบนต้นตอ เผยรอยผ่าบนต้นตอโดยใช้ใบมีดสอดเข้าไป บิดมีดให้รอยผ่าเผยออก สอดโคนกิ่งพันธุ์ดีให้แนวเนื้อเยื่อเจริญของต้นตอและกิ่งพันธุ์ดีทับกัน พันด้วยเทปพลาสติกให้แน่น
    การทาบกิ่ง (Approach Grafting)
    การทาบกิ่ง คือ การนำพืชสองต้นมาทำการต่อเชื่อมให้เป็นต้นเดียวกัน โดยมีเซลล์เนื้อเยื่อเป็นตัวเชื่อมติดกัน การทาบกิ่งประกอบส่วนที่เป็นต้นตอ (Stock) ทำหน้าที่เป็นระบบรากของต้นพืชใหม่ และส่วนของกิ่งพันธุ์ดี (Scion) อยู่เหนือรอยต่อ ทำหน้าที่เป็นส่วนยอดหรือกิ่งก้านลำต้นของพืชต้นใหม่
    1.เลือกต้นตอขนาดใกล้เคียงกับกิ่งพันธุ์ดี เฉือนกิ่งต้นตอให้เป็นปากฉลามยาวประมาณ 2 นิ้ว แล้วเฉือนปลายเป็นรูปลิ่ม
    2.เลือกกิ่งพันธุ์ดีให้ขนาดใกล้เคียงกับต้นตอ เฉือนกิ่งพันธุ์ดีให้เข้าในเนื้อไม้เฉียงขึ้นไปยาวประมาณ 2 นิ้ว ตัดส่วนปลายของเปลือกไม้ที่เฉือนไว้เหลือประมาณ ½ นิ้ว
    3.นำต้นตอประกบเข้ากับกิ่งพันธุ์ดี จัดให้แนวเนื้อเยื่อเจริญสัมผัสกันมากที่สุด แล้วพันด้วยเทปพลาสติกให้แน่น
    4.เมื่อรอยแผลต่อเชื่อมกันสนิทดีแล้วให้ตัดที่โคนกิ่งพันธุ์ดีใต้รอยต่อ และนำไปปักชำต่อไป

  14. คือ การทำให้กิ่งหรือต้นพืชเกิดรากขณะติดอยู่กับต้นแม่ จะทำให้ได้ต้นพืชใหม่ ที่มีลักษณะทางสายพันธุ์ เหมือนกับต้นแม่ทุกประการ โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติ ดังนี้

    1. เลือกกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อนที่สมบูรณ์ปราศจากโรคและแมลง

    2. ควั่นกิ่ง ลอกเอาเปลือกออก แล้วขูดเยื่อเจริญที่เป็นเมือกลื่น ๆ ออก

    3. นำตุ้มตอน (ขุยมะพร้าวที่แช่น้ำ แล้วบีบหมาด ๆ อัดลงในถุงพลาสติก ผูกปากถุงให้แน่น) มาผ่าตามความยาวแล้วนำไปหุ้มบนรอยแผลของกิ่งตอน มัดด้วยเชือกทั้งบนและล่างรอยแผล

    4. เมื่อกิ่งตอนมีรากงอกแทงผ่านวัสดุ และเริ่มแก่เป็นสีเหลือง สีน้ำตาล ปลายรากมีสีขาว และมีจำนวนมากพอจึงตัดกิ่งตอนได้

    5. นำกิ่งตอนไปชำในภาชนะ กระถางหรือถุงพลาสติก เพื่อรอการปลูกต่อไป

    นาย จรูญโรจน์ สุทธิจักร์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s